เรียนท่านสมาชิกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ที่รักทุกท่านข่าวประชาสัมพันธ์ ความเคลื่อนไหวต่างๆ
สมาคมฯใคร่ขอให้ท่านได้โปรดเข้ามากรอกข้อมูลที่เป็นชื่อ จริง นามสกุลจริง รายละเอียดอื่นๆของท่าน เนื่องจาก สมาคมฯจะจัดทำบัตรสมาชิกใหม่ให้กับทุกท่านโดยเป็นระบบมาตรฐานและฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ มีแถบแม่เหล็ก และจะใช้เป็นบัตร สะสมแต้มในการเข้าร่วมรายการต่างๆ กับบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯทั้งเพื่อให้ได้ฐานข้อมูลที่ทันสมัยถูกต้องและสามารถติดต่อข้อมูลข่าวกับสมาชิกได้สะดวกรวดเร็ว ช่วงนี้สมาคมฯเปิดรับสม้ครสมาชิกใหม่ฟรีในระบบออนไลน์ ขอให้ท่านได้เข้าไปกรอกข้อมูลที่ คลิกเข้าไปกรอกข้อมูลที่นี่
กิจกรรมสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย




คลิกดาวน์โหลดเอกสารการประชุมสัมนาทางวิชาการทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

ขอเรียนเชิญประชุมสัมนา เรื่อง “ยุทธศาสตร์ การปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่”


โครงการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๘
สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย และสัมมนาเชิงวิชาการ
เรื่อง ยุทธศาสตร์ การปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่

หลักการและเหตุผล
                   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้คณะรัฐมนตรี ดำเนินการจัดทำหรือปรับกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายรายได้ท้องถิ่น กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน และกฎหมายอื่นตามหมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น ให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปี นับแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่ปรากฏว่ารัฐบาลที่ผ่านมาไม่สามารถเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นให้แล้วเสร็จตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้ จนกระทั่งมีการเข้าควบคุมอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ซึ่งรัฐธรรมนูญดังกล่าว ฯ ได้กำหนดให้มีการปฏิรูปประเทศไทยตามแนวทางที่ คสช. กำหนด
                   ในท่ามกลาง กระแสโลกาภิวัตน์” (Globalization) ปัจจุบัน หรือเรียกว่า การจัดระเบียบโลกใหม่” (New World Orders) รวมทั้งการเปิดเสรีของประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี ๒๕๕๘ ได้เข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญต่อประชาคมโลกโดยทั่วไป ประกอบกับกระแสการปฏิรูปประเทศไทยตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กำหนดกรอบการปฏิรูปและการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองไว้รวม ๑๑ ด้าน นั้น มีความเกี่ยวข้องกับ ท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยจำนวนข้าราชการ ลูกจ้างส่วนท้องถิ่นจำนวนกว่าสามแสนคน รวมบุคลากรฝ่ายการเมืองท้องถิ่นจะมีจำนวนบุคลากรถึง ๑.๕ ล้านคน อันมีบทบาทอย่างสำคัญในการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะด้าน การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นเพราะบุคลากรส่วนท้องถิ่นมีเครือข่ายที่กระจายครอบคลุมอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ทั่วประเทศ ถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศและปฏิรูปประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจท้องถิ่นน้อยมาก    ทำให้การผลักดันร่างกฎหมายหลักต่าง ๆ ของท้องถิ่นที่ไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งมีการเข้าควบคุมอำนาจ   โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แก่
                   (๑) ร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายท้องถิ่น พ.ศ. ...
                   (๒) ร่างพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ...
                   (๓) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... และ
                   (๔) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการท้องถิ่น พ.ศ. ...
สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย มีความพยายามผลักดันกฎหมายหลักทั้ง ๔ มาอย่างต่อเนื่อง ตามเอกสารหนังสืออ้างอิงเป็นลำดับ ดังนี้
                   (๑) หนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ ๐๐๐๑/๙๖๒๗ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓
                   (๒) หนังสือสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทยที่ ส.พ.ท. ๕๓/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๓ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนพิจารณาเลื่อนระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (๖ ฉบับ) (กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
                   (๓) หนังสือสภาผู้แทนราษฎรเลขที่ สผ ๐๐๑(๒)/๑๑๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ เรื่อง แจ้งความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   (๔) หนังสือวุฒิสภาเลขที่ สว ๐๐๐๑/ พิเศษ ๔๗ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ เรื่อง พิจารณาเสนอร่างกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (๔ ฉบับ)
                   (๕) หนังสือสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ส.พ.ท. ๐๐๕/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ผลักดันกฎหมายท้องถิ่นให้มีผลบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐     (กราบเรียน ประธานวุฒิสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย)
                   (๖) หนังสือสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ส.พ.ท. ๐๑๕/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๗ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์แก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเป็นกรณีเร่งด่วน (กราบเรียน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ)
                   ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนกฎหมายของ อปท. ให้เป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รวมทั้งแก้ไขปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนงบประมาณของ อปท. ทั่วประเทศในการบริหารงานเพื่อพัฒนาองค์กรและบุคลากร เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในชุมชนและท้องถิ่น สร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนผู้รับบริการและบุคลากรของ อปท. สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจ และการดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลกระทบต่อประโยชน์สวัสดิการของพนักงานเทศบาล จึงได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๘ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทยและสัมมนาเชิงวิชาการขึ้นในหัวข้อ ยุทธศาสตร์ การปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นได้ร่วมมือกันอย่างมีพลัง เพื่อให้การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป
วัตถุประสงค์
                   ๑. เพื่อทราบยุทธศาสตร์พัฒนาแนวทางการปฏิรูปประเทศโดยภาพรวม
                   ๒. เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่
                   ๓. เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการปฏิรูปประเทศใน ๑๑ ด้าน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗
                   ๔. เพื่อรับทราบนโยบายจากรัฐบาลและส่วนราชการต่าง ๆ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใน ๕ ด้านคือ (๑) ด้านกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น (๒) ด้านจัดระบบโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ อปท. (๓) ด้านการกำกับดูแลตรวจสอบและการมีส่วนร่วมท้องถิ่น (๔) ด้านการปฏิรูปการเงินการคลังท้องถิ่น และ (๕) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลท้องถิ่น
                   ๕. เพื่อให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับทราบทิศทางแนวทางใหม่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น อาทิเช่น งานบุคคลท้องถิ่นและทิศทางการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นปี ๒๕๕๘, ความก้าวหน้าของระบบแท่ง, เตรียมการรับสถานการณ์เข้าสู่ระบบแท่งเงินเดือน ทิศทางแนวโน้มยกเลิกระบบซีเข้าสู่ระบบการจำแนกตำแหน่ง(ระบบแท่ง), โบนัสรูปแบบใหม่, การแก้ไขปัญหาเงินงบประมาณเกินร้อยละ ๔๐, แนวทางกำหนดบัญชีเงินเดือนใหม่ของข้าราชการท้องถิ่น, ค่าตอบแทนประจำ ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนราชการ, ค่าตอบแทน ผู้ปฏิบัติงานในสายวิชาชีพต่างๆ การปรับปรุงสายงาน และมาตรฐานตำแหน่ง ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ, องค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมฯลฯเป็นต้น
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน ๑,๐๐๐ คน ประกอบด้วย
                   ๑. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกเทศมนตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการนายกเทศมนตรี เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล พนักงานเมืองพัทยา พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   ๒. นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
ขั้นตอนการดำเนินการ
                   ๑. จัดการประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมการและจัดทำรายละเอียดโครงการสัมมนาเชิง                ปฏิบัติการ
                   ๒. ประสานงานวิทยากรและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการขออนุมัติตามขั้นตอน
                   ๓. แจ้งเชิญผู้เข้าร่วมประชุม และลงทะเบียนผู้เข้าร่วมสัมมนา
                   ๔. ดำเนินงานจัดการประชุมและสัมมนาตามแผนที่กำหนด

ระยะเวลาดำเนินการ
                   ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘
สถานที่จัดประชุม
                   ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
งบประมาณ
                   ค่าลงทะเบียนจากผู้เข้าร่วมการประชุมสัมมนา รวม ๓ วัน ๆ ละ ๖๐๐ บาท คนละ ๑,๘๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประชุมสัมมนา เช่น ค่าเอกสารประกอบการประชุมสัมมนา ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าอาหาร อาหารว่าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการดำเนินการจัดประชุมและสัมมนา
หน่วยงานรับผิดชอบ
                   ๑. สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย
                   ๒. สำนักงานเทศบาลตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 
                   ๓. สำนักงานเทศบาลตำบลสามแวง อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์
หน่วยงานสนับสนุนการจัดงาน
                   ๑. คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานสภาปฏิรูปแห่งชาติ
                   ๒. คณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นสภาปฏิรูปแห่งชาติ
                   ๓. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
                   ๔. คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล กระทรวงมหาดไทย
                   ๕. กรมคุ้มครองสิทธิและสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
                   ๖.สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                             สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
                   ๗. สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
                   ๘.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี
                   ๙. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
                   ๑๐.สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 
                   ๑๑.ชมรมนักบริหารงานเทศบาลแห่งประเทศไทย
                   ๑๒.ชมรมนิติกรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย 
                   ๑๓. หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
ประโยชน์ที่คาดจะได้รับ
                   ๑. ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบยุทธศาสตร์พัฒนาแนวทางการปฏิรูปประเทศโดยภาพรวม
                   ๒. ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบถึงแนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่
                   ๓. ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบถึงกระบวนการปฏิรูปประเทศใน ๑๑ ด้าน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗
                   ๔. ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับทราบนโยบายจากรัฐบาลและส่วนราชการต่าง ๆ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใน ๕ ด้านคือ (๑) ด้านกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น   (๒) ด้านจัดระบบโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ อปท. (๓) ด้านการกำกับดูแลตรวจสอบและการมีส่วนร่วมท้องถิ่น (๔) ด้านการปฏิรูปการเงินการคลังท้องถิ่น และ (๕) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลท้องถิ่น
                   ๕. ผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยเฉพาะบุคคลากรส่วนท้องถิ่นได้รับทราบทิศทางแนวทางใหม่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น อาทิเช่น งานบุคคลท้องถิ่นและทิศทางการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นปี ๒๕๕๘, ความก้าวหน้าของระบบแท่ง, เตรียมการรับสถานการณ์เข้าสู่ระบบแท่งเงินเดือน ทิศทางแนวโน้มยกเลิกระบบซีเข้าสู่ระบบการจำแนกตำแหน่ง(ระบบแท่ง), โบนัสรูปแบบใหม่, การแก้ไขปัญหาเงินงบประมาณเกินร้อยละ ๔๐, แนวทางกำหนดบัญชีเงินเดือนใหม่ของข้าราชการท้องถิ่น, ค่าตอบแทนประจำ ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนราชการ, ค่าตอบแทน ผู้ปฏิบัติงานในสายวิชาชีพต่างๆ การปรับปรุงสายงาน และมาตรฐานตำแหน่ง ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ, องค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมฯลฯเป็นต้น
                                      (ลงชื่อ)                                                 ผู้เสนอโครงการ
          (นายสมชาย สีวะรมย์)
          ปลัดเทศบาลเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
          เลขาธิการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย
                                     
Picture 012
                                      (ลงชื่อ)                                                 ผู้อนุมัติโครงการ
          (นายสรณะ เทพเนาว์)
          ปลัดเทศบาลตำบลแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน
          นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย

          สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

Quick win ตัวจริงยื่นต่อท่านศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

 
นายสรณะ เทพเนาว์ นายสยุมพร ลิ่มไทย พันเอกสิรวิชญ์ นาคทอง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ยื่นเสนอกฎหมายต่อ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเดินหน้าร่างกฎหมาย ๔ ฉบับ ได้รับคำแนะนำจาก รศ.วุฒิสาร ตันไชย และได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ บรรเจิด สิงคะเนติ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รศ.ดร.เจตฎ์ โทณวนิก กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อาทิ กฎหมาย
๑. ร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. พ.ศ....
๒. ร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายรายได้ อปท. พ.ศ....
๓. ร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ....
๔. ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการท้องถิ่น พ.ศ....
ซึ่งค้างในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินหน้ากฎหมายปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นในลักษณะเร่งด่วน(Quick win)


สวัสดีปีใหม่ 2558 Happy New Year 2015


วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญด้านการปกครองท้องถิ่น

ข่าวหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ ๖๒ ฉบับที่ ๑๔ วันศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม - วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ หน้า ๘๐ <ทีมข่าวภูมิภาค> คอลัมน์ เจาะประเด็นร้อน อปท. : ‪#‎ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ‬ ‪#‎ด้านการปกครองท้องถิ่น‬ โดย
สรณะ เทพเนาว์
‪#‎สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ‬
‪#‎นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย‬



แนวทางการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น


 
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิรูปการปกครองประเทศเป็นครั้งแรกนับแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ทรงมุ่งเน้นการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว
     
       ทรงสถาปนาสุขาภิบาลท่าฉลอมขึ้นเป็นแบบอย่างการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นครั้งแรกและเป็นแห่งแรก เป็นผลให้การปกครองส่วนท้องถิ่นท่าฉลอมมีความเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว
     
       หลังจากสิ้นรัชกาลแล้ว การปฏิรูปการปกครองได้หยุดชะงักลง และในระยะหลังนี้ก็พูดกันแต่เรื่องปฏิรูปการเมือง แทบไม่มีการพูดถึงการปฏิรูปการปกครองเลย ทั้งๆ ที่การปกครองของประเทศในขณะนี้เหลวไหลเละเทะสิ้นดีในทุกระบบ ดังนั้นในสถานการณ์ที่ประชาชนตื่นตัวเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน จึงสมควรกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นสักครั้งหนึ่ง
     
       ก่อนอื่นต้องกล่าวว่า ระบบการปกครองของประเทศไทยมีลักษณะแบบเปรตที่หัวโต ท้องโต ขาลีบ ยาว จึงทำให้การบริหารประเทศไทยใหญ่โตอุ้ยอ้าย ล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ตอบสนองการพัฒนาประเทศและความปรารถนาของปวงชน
     
       การปกครองประเทศไทยแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ
     
       ก. การบริหารราชการส่วนกลาง ที่มีกระทรวง ทบวง กรม ในกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางหลัก และได้รวบสรรพอำนาจทั้งหลายในประเทศนี้มาอยู่ที่นี่ รวบเอาทรัพยากรทั้งหมดของประเทศมาอยู่ที่นี่
     
       ข. การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีตัวแทนออกไปปกครองราษฎรในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ มีองคาพยพคือจังหวัด อำเภอ และตำบล องคาพยพเหล่านี้ล้วนเป็นหูเป็นตา เป็นมือ เป็นไม้ในการรวบอำนาจทั้งหลายให้กับส่วนกลาง จึงมิได้รับใช้ประชาชนในท้องถิ่น เพราะมุ่งตอบสนองเอาใจเจ้านายในส่วนกลาง
     
       ค. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งทำกันแบบไม่รู้ทิศรู้ทางและเปะปะซับซ้อน มีองคาพยพในรูปแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล ซึ่งยังแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลอำเภอ และเทศบาลตำบล จนทับซ้อนกันไม่รู้อะไรเป็นอะไร นอกจากนั้นยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอีกสองแห่ง คือ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ซึ่งมีอำนาจและมีความเป็นเอกเทศมากที่สุด
     
       ความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาได้เป็นแบบอย่างให้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษดังกล่าว
     
       ความสับสนของประชาชนในพื้นที่ที่การปกครองทับซ้อนกันหลายรูปแบบนั้นเป็นปัญหาใหญ่หลวงของประเทศ และเป็นเหตุทำให้ประชาชนไม่สนใจหรือรังเกียจระบบราชการ
     
       ยกตัวอย่าง ในจังหวัดหนึ่งๆ จะมีการปกครองที่เลอะเทอะเละเทะทับซ้อนกันจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร ดังเช่นจังหวัดนครราชสีมา ก็มีองค์กรบริหารในรูปจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน มีผู้บริหารที่เรียกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นย่านลงไป เหล่านี้เป็นการบริหารราชการส่วนภูมิภาคที่รับใช้ส่วนกลางทั้งสิ้น
     
       ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลต่างๆ ในรูปแบบของเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล
     
       การปกครองทั้งสองรูปแบบที่ทับซ้อนและหลายประเภทจนสับสนอลหม่านดังกล่าวคือต้นตอของปัญหาการปกครองประเทศไทยในปัจจุบันนี้
     
       ในขณะที่ต้องสูญเสียงบประมาณรายจ่ายไปในการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก แต่ประชาชนทั่วประเทศยังลำบากยากจน ขาดแคลนและล้าหลัง เพราะการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นถูกครอบงำโดยการบริหารส่วนภูมิภาคที่เป็นตัวแทนการบริหารราชการส่วนกลาง จึงทำให้ทั่วประเทศเสมือนหนึ่งเป็นเมืองขึ้นหรือเป็นขี้ข้ารับใช้ส่วนกลาง โดยมีนักการเมืองนั่งอยู่บนยอดหอคอย
     
       ดังนั้นเมื่อสถานการณ์จำเป็นต้องปฏิรูปการปกครอง ซึ่งเนื้อแท้แล้วก็มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าการปฏิรูปทางการเมืองแต่ประการใด จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางการปฏิรูปการปกครองดังนี้
     
       ประการแรก แนวทางการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดให้เป็นแบบเทศบาลเป็นพื้นฐาน คือยกเลิกการปกครองแบบสุขาภิบาลทั่วประเทศ ยกเลิกการปกครองแบบองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ยกฐานะสุขาภิบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศขึ้นเป็นเทศบาลตำบล ให้เทศบาลตำบลเป็นการปกครองพื้นฐานที่สุดของท้องถิ่น และส่งเสริมสนับสนุนให้เทศบาลตำบลที่มีพื้นที่ติดต่อกันควบรวมกันเป็นเทศบาลอำเภอ ให้พื้นที่อำเภอเป็นขอบเขตเทศบาลอำเภอพื้นฐาน และสำหรับเขตเมืองให้ยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จัดตั้งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภท ทุกระดับ มีอำนาจหน้าที่เต็มที่และบริหารโดยผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในท้องถิ่นนั้น
     
       องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเสนองบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นได้โดยตรง
     
       ประการที่สอง แนวการปฏิรูปการบริหารราชการส่วนกลาง ยกเลิกราชการส่วนกลางระดับอำเภอทั้งประเทศ และลดอำนาจของจังหวัดลง โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ให้โอนอำนาจไปเป็นของท้องถิ่นพิเศษระดับจังหวัดที่จัดตั้งขึ้น ให้โอนข้าราชการของอำเภอทั้งหมดไปเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือโอนกลับคืนส่วนกลาง และทำให้จังหวัดเป็นเพียงหน่วยประสานงานระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเท่านั้น เพื่อการนี้ ให้ลดขนาดองค์การบริหารของจังหวัดให้เหลือเท่าที่จำเป็นเพื่อการประสานงานเท่านั้น
     
       ประการที่สาม ปรับปรุงระบบรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่นอกจากให้รายได้ของท้องถิ่นเป็นไปตามเดิมแล้ว ให้ปรับการจัดสรรส่วนแบ่งรายได้ ภาษีฝ่ายสรรพากร ภาษีฝ่ายสรรสามิต และภาษีฝ่ายศุลกากร ที่จัดเก็บได้ในท้องถิ่นใดให้เป็นรายได้ของท้องถิ่นนั้น 30% เป็นอย่างน้อย ส่วนที่เหลือส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน
     
       ประการที่สี่ บรรดาการพัฒนาในท้องถิ่นทั้งหมด ในส่วนที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับจังหวัดอื่น ให้เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้น ในการจัดทำแผนงานงบประมาณประจำปี รวมทั้งการจัดสรรใช้สอยทรัพยากรในท้องถิ่น ให้เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในท้องถิ่น และโอนบรรดาอำนาจที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นจากส่วนกลางหรือจังหวัดให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีบทบาทเพียงกำกับและควบคุมเท่านั้น
     
       ประการที่ห้า ให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการท้องถิ่นโดยทั่วไป ยกเว้นการต่างประเทศ ความมั่นคง และการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษานั้นเพิ่มอำนาจให้แก่ส่วนท้องถิ่นให้มากที่สุด โดยส่วนกลางมีอำนาจในการกำหนดหลักสูตรพื้นฐานหรือระเบียบการทั่วไปเท่านั้น
     
       ด้วยห้าประการเหล่านี้ จะทำให้ประชาชนทั่วประเทศรักหวงห่วงแผ่นดิน และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ ทั้งมีสิทธิ์ มีส่วน ในการบริหารจัดการและในการพัฒนาท้องถิ่นของตน ตอบสนองความปรารถนาของปวงชนในท้องถิ่น อันเป็นการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับฐานรากครั้งใหญ่ที่สุด
     
       เหล่านี้คือการจำเริญพระบรมราโชบายปฏิรูปการปกครองของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่ได้ทรงเริ่มไว้เมื่อร้อยปีก่อนนั่นเอง.